ในวันที่มีความสุขของมังกรแดง และความจริงที่แมว พยายามปิดกั้น
posted on 21 May 2008 15:17 by mao2ma
ในวันที่ 20 ที่ผ่านมา
เป็นวันที่มีความสุขของผู้มีพระคุณของผม
ผู้ที่เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กๆ ผู้ที่สอนให้ผมไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งที่เรียกว่า "ความพ่ายแพ้"
และวันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมดันเผลอยิ้มอยู่ในใจ เพราะ มังกรแดงตนนั้นกำลังจะจากบ้านพวกผมไปมีครอบครัวเป็นของตนเอง
นั่นคือ พี่ชายผม พี่ชายที่เลี้ยงผม คนๆเดียวที่ผมอยากเอาชนะในด้านฝีมือที่สุดแล้ว
"พี่เล็ก"
ความเป็นมาของฉายาของเค้านั่น มาจากสมัยที่เค้ายังเป็นศิษย์คนหนึ่งในบ้านของครูกิต
เค้าชำนาญเรื่องการใช้หมัดมวยเป็นที่สุดเลย และที่สำคัญเค้า คือ คนแรกที่ทำให้ผมแพ้ และเป็นเป้าหมายแรกที่ผมพยายามจะเอาชนะ
แต่ต่อจากนี้ เค้าคงต้องทุ่มเทสำหรับ การเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีแล้วแหละ
ต้องทำได้อยู่แล้วพี่ของเราซะอย่าง... อุตส่าห์เลี้ยงให้ผมไมให้่หลงทาง ไม่ทะเยอทะยาน เอาชนะใจตนเองได้เสมอมา
เค้าต้องเป็นพ่อที่ดีได้อย่างแน่นอน...
เจ้าสาวของมังกรแดงก็คงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเจ้เฟียซเนี่ยแหละ
ในวันที่มีความสุขของพี่ชาย แต่คุณน้องอย่างผมต้องเจอเรื่องซวยชะมัด
อ๊ะ!? นั่นใช่ไหม? น้องเจ้าบ่าวอะ เท่ห์ดีนะ เห็นลือกันให้แซดเลยนะว่า "เป็นคนเกลียดการเข้าสังคม"
อ๊ะ!? นั่นใช่ไหม? น้องเจ้าบ่าว มีคนพูดไว้ว่า "น่ากลัวไม่ต่างจากคนพี่เลยนะ"
อ๊ะ!? นั่นใช่ไหม? น้องเจ้าบ่าว เห็นได้ข่าวว่า "กำลังจะได้เป็นศิลปินแล้วนี่"
สรุปวันนี้ มันงานใครกันแน่? ผมหรือพี่ผม?
แต่สายตาผมไป... เห็นใครบางคน ที่มันจะไม่บังเอิญซะเกินไป...
เธอสวยมากเลยในคืนนั้น สมแล้วในฐานะที่เป็นน้องเจ้าสาว
แล้วก็คงไม่พ้นสิ่งเดียวที่ผมเจอ...
อ๊ะ!? นั่นใช่ไหม? น้องเจ้าสาว มีคนพูดว่า "เค้าเป็นทอมไม่ใช่หรอ?"
อ๊ะ!? นั่นใช่ไหม? น้องเจ้าสาว เห็นได้ยินมาว่า "เค้าตีกลองเก่งมากๆเลย สมเลยที่เป็นทอม"
อ๊ะ!? นั่นใช่ไหม? น้องเจ้าสาว เคยได้ยินนะว่า "เป็นทอมนะ แต่วันนี้ทำไมถึงได้ดูสวยซะ ไม่เกรงใจใครเลยนะ"
ผมเผ่นหนี เพราะ เริ่มรู้สึกรำคาญพวกแขกในงานด้วยแฮะ...
ออกไปสูดอากาศได้อย่างโล่ง แล้วภาวนาให้กลับห้องพักไวๆ อยู่กับน้อง2ตัวไม่น่าเบื่อเท่ากับอยู่ที่นี้หรอก
แต่เอานะ! เพื่อพี่เรา ฮึ่ม!
ในระหว่างที่ผมกำลังบ่นพึมพำในใจคนเดียว ใครซักคนเดินมาคุยด้วย
เฟริ์น : โทษนะ ขอยืนด้วยได้ไหม?
ผม : ก็ตามสบายซิ! เดี๋ยวเราก็เข้าไปในงานแล้ว...
เฟริ์น : แขกในงานเยอะนะ เอาบุหรี่ไหม?
ผม : เฮ้ย! อย่านะ! นี่มันในงานแต่งพี่แกนะ
เฟริ์น : เปล่านิ! เราแค่แกล้งถามไปงั้นหรอกเราไม่สูบหรอก...
ผม :
เฟริ์น : วันนี้พี่แกดูหล่อมากๆเลยนะ
ผม : ก็แค่วันนี้แหละ เจ้าพี่บ้านั่น เดี๋ยวพอพ้นคืนนี้ไป ก็กลายเป็นคนบ้างานอย่างเก่านั่นแหละ
เฟริ์น : เออ...เรย์เล่าให้ฟังแล้วนะ ที่พวกแกไปส่งเดโม่ที่ GMM มาอะ พยายามเข้านะ! จะเป็นกำลังใจใ้ห้นะ!
ผม : เออ... วันนี้แกสวยมากๆเลยนะ (เราพูดไปได้ไงวะนั่น!)
เฟริ์น : หรอ? ร้อนจะตายไปอะชุดเนี่ย...
ผม : เฮ้อ...ไปแหละ (ระหว่างที่ผมกำลังหันหลังจากเค้า)
เฟริ์น : เราเลิกกับเอกแล้วนะ
ผม : (จึงเดินกลับไปที่เดิมแล้วพูดกับเธอ) ทำไมล่ะ? เอกเค้าก็ดีนะ
เฟริ์น : เค้ารู้ว่า "เราไม่ได้รักเค้าน่ะ"
เค้าพูดด้วยนะว่า "ถ้าเอกไม่ใช่คนๆนั้นของเฟริ์น เฟริ์นบอกเอกมาเลย เพราะ
เอกก็เข้าใจนะว่า เวลาที่แอบมองใครซักคนที่เค้าไม่สนเราน่ะมันเป็นอย่างไง
เอกรู้ดีนะว่า ใจเฟริ์นมีใคร เอกก็คิดเสมอนะว่า
เอกคงเหมาะกับเฟริ์นที่สุดแล้ว แต่ความเหมาะสมหรือการเข้าใจกัน
ไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า รัก หรอกจริงไหม? ใจต่างหากที่มันพูดสิ่งนั้น
ถ้าวันหนึ่งที่เฟริ์นไม่รักเค้าแล้วหรือเค้าจากเฟริ์นไป เอกขอได้ไหม?
ที่จะเป็นคนๆนั้นของเฟริ์น แต่ตอนนี้เอกรู้ว่า
"การให้คนที่ตนรักมีความสุขนั่นมันดีซะยิ่งกว่าสิ่งใดอีก"
แต่ตอนนี้บทบาทของเอกคือรอเฟริ์นเท่านั้น เอกจะรอนะให้สัญญา
เอกจะไม่ผิดสัญญาแน่ๆ เหมือนคนๆนั้นที่เฟริ์นรัก
ผม : เค้าดีแล้ว... ทำไมไม่ดีตอบเค้าไปล่ะ ถ้าเป็นเรานะจะรักคนที่เค้ารักเราดีกว่า...
เฟริ์น : แล้วแกล่ะ เรารักแกนะ แต่ทำไมแกไม่รักเรา!
ผม : เราคิดว่า "เรื่องความเหมาะสมนี่แหละ"
แกกับเราต่างกันมากเลยนะ แกจะบอกรักกับคนที่ำไม่เข้าใจมันอย่างไงหรอ?
มองข้ามเราไปซะเถอะ
ถ้าแค่เพียงมองแกจากตรงจุดนี้มันก็เหมาะสมกับเราแล้ว...
แกสวยที่สุดแล้วรู้มั้ย? อย่าร้องไห้อีกนะ... เพราะ
เรามันไม่มีค่าพอที่จะให้ใครรักหรอก...
เราไม่ได้อยากเป็นพระเอกหรืออะไรทั้งนั้น
แต่อยากเป็นคนที่เป็นแบบนี้ตลอดไป... อยู่จนกว่าวันหนึ่งมันไม่เหลือใครเลย
แม้กระทั่งตัวเรา...
เฟริ์น : แก... คงจะเหงาเหมือนกับเราใช่ไหม?
ที่ใครคนหนึ่งกำลังจะจากบ้านหลังนั้นไปใช่ไหม?
ความเหงาที่เกิดจากการที่แกไม่เคยได้รับมันจากใคร แต่คนที่ให้แก คือ
คนที่จริงใจกับแกเสมอ แต่แกก็มองว่าแกไม่มีค่าพอที่แกจะรับมัน
แกยังไม่พร้อมงั้นหรอ? ไม่พร้อมที่จะรับรู้ว่า "แกมีสิ่งๆนั้นในใจแล้ว"
เพราะ พี่แกเป็นคนที่ทำให้แกเข้าใจ ในความหมายที่ไร้รัก
เพียงแค่อยากให้แกไม่สับสนต่อเวลาที่แกเห็นใครต่อใครได้รับสิ่งนั้น
สุดท้ายแกก็เข้าใจใช่ไหมว่า สิ่งที่พี่แกสอนก็คือความรัก นั่นเอง...
เค้ากำลังจะไปอีกคนแล้วสำหรับคนที่แกรัก แกเลยไม่อยากให้ใจแกรักใคร เพราะ
กลัวการจะไม่มีใครใช่ไหม? ทำไมแกไม่มองอย่างที่แกเคยมองล่ะว่า
"เค้าก็ยังมีอยู่ในใจของเรา ตัวตนในความทรงจำ และครอบครัวของเราเช่นเดิม
แค่เส้นทางที่เค้ากำลังจะก้าวไปมันเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นมาเท่านั้นเอง"
ผม : แกยังเป็นคนที่พูดตรงเหมือนเดิมเลยนะ... ถ้าเราเกิดเป็นคนอื่นคงรักแกตรงที่แกเป็นอย่างนี้แหละ
เฟริ์น : ถ้างั้นมันก็หมายความว่า "แกก็รักเราใช่ไหม? หรือ แกแค่แกล้งพูดให้ดีใจเฉยๆ"
ผม : หลังจากงานเลิก กลับบ้านด้วยกันไหม? อย่างไงมันก็ทางผ่านกันอยู่แล้วนี่ บ้านแกก็ถึงก่อนห้องพักเราด้วยซ้ำ
เฟริ์น : ก็ได้... แต่เมฆแดงนะว่าไหม? ฝนคงจะตกแน่ๆเลย...
มันคงเป็นการสนทนาที่ดูยืดยาว แต่ในความรู้สึกของผม มันเป็นอย่างที่เธอพูดทุกอย่าง...
หากไม่ใช่อะไรซักอย่างที่อยู่ข้างใน อะไรซักอย่างที่ความรู้สึกผมมันเป็นอยู่...
ผมคงบอกเธอไปแล้ว...ว่ารู้สึกอย่างไรกับเธอ...
อยากแคร์เธอ อยากดูแลเธอ อยากให้เธอยิ้มได้ อยากให้เธอมีความสุข
แต่บาปที่เราเคยผิดพลาดยังตอกย้ำ ยังเป็นกรงขังเราจนถึงทุกวันนี้...
ฉะนั้น... ขอแค่ให้เราได้ห่างจากสิ่งนั้นแล้วค่อยๆกลับไปเป็นคนไร้ใจอย่างที่ว่า แกว่ามันคงจะดีกว่าแน่นอน...
แต่เราคงเปลี่ยนไป เพราะ มันแล้วอย่างที่เธอว่าไว้อีกนั่นแหละ
แล้วนี่ก็คือ สิง่ที่ผมพยายามปิดกั้นมันไว้นั่นเอง... สิ่งที่ทุกคนเคยถามมามากมาย ทั้งเพื่อนและคนรู้จัก...
นี่คือ สิ่งที่ผมเก็บมันไว้ในใจ มาตลอดนั่นแหละครับ...
Tags: feeling, happyness, story9 Comments
ตอนนั่งรถมาน่ะ แกเอนมาพิงเรารู้ตัวหรือเปล่า?
#1 By VAR on 2008-05-21 17:13